Thursday, 28 July 2016

ประวัติ ครูบาชุ่ม 5

เพราะไม่เคยเอ่ยอ้างหรือเล่าสู่ให้ฟังก่อนเลย จะทราบด้วยญาณใดก็ไม่ทราบได้เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ชายชราได้อาสานำทางพาหลวงพ่อออกสู่ถนนหลวง เพื่อผ่านตัวเมืองต่อไป เมื่อชายชราได้นำมาถึงชายป่าและชี้ทางสู่ถนนหลวงแล้วจึงได้รีบอำลากลับทันที โดยหลวงพ่อมิได้หันหน้ากลับ ไปดูชายชราผู้นั้นเลย
ต่อจากนั้นหลวงพ่อได้จาริกแสวงบุญปฏิธรรบโปรดสัตว์ไปยัง ณ ที่ต่างๆ พำนักตามป่าช้าเรื่อยมา ทุกเข้าชาวบ้านจะมาทำบุญตักบาตรถวายอาหาร หลวงพ่อจัดแบ่งฉันพอสมควรนอกนั้นได้ให้ผู้อื่นหมดสิ้น หลวงพ่อได้ปฏิบัติธรรมเข้านิโรธสมาบัต โดยไม่ฉันอาหารใดๆ นอกจากน้ำครบ ๗ วัน และก็ธุดงค์ต่อไปยังที่อื่นๆ รวมกับการปฏิบัติธรรมนิโรธสมาบัติเพื่อเป็นพุทธบูชา โดยกุศลผลบุญที่ได้มา ขอสละเป็นบัดพลี มีส่วนช่วยอุทิศส่วนกุศลให้แก่อมนุษย์ได้มากมาย ผู้เขียนได้กราบเรียนถามหลวงพ่อว่า การอดอาหารครั้งละ ๗-๘ วันนั้น หลวงพ่อมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง หลวงพ่อกล่าวตอบว่าไม่รู้สักเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนเพลียหิวโหยเท่าใดนักเป็น การปฏิบัติธรรมด้วยความสมัครใจ เป็นการฝึกถึงความอดทน เพียร และพยายาม เพื่อลุผลแห่งการปฏิบัติธรรมอันนี้

๑๑
ศิษย์ครูบาศรีวิชัย หรือครูบา ศีลธรรม วัดบ้านปาง อ.ลี้ จ.ลำพูน
เมื่อมีการสร้างทางขึ้นพระบรมธาตุดอยสุเทพในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ด้วยการริเริ่มและนำโดย ครูบาศรีวิชัย หรือ อีกนามหนึ่งที่เรียกกันว่า ครูบาศีลธรรม ซึ่งในขณะนั้นหลวงพ่อมีอายุได้ ๓๗ ปี ยังหนุ่มแน่นอยู่ ได้เข้าร่วมช่วยเหลือการสร้างด้วยโดยมีพระภิกษุ ๔ รูปด้วยกัน สมัครเข้าเป็นสานุศิษย์ของท่าน คือ หลวงพ่อชุ่ม พระโสภาวัดถวาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พระเหลา วัดแม่ตื่น อ.ลี้ จ.ลำพูน และพระแก้ว วัดพระเจ้าตนหลวง จ.ลำปาง ท่านครูบาศรีวิชัยได้แบ่งแยกหน้าที่การงานให้ปฏิบัติ โดยเฉพาะหลวงพ่อทำหน้าที่ช่วยเหลือท่านครูบาศรีวิชัยอย่างใกล้ชิด ทั้งภายในวัดและนอกวัด ได้รับข้อปฏิบัติธรรมจากท่านครูบาศรีวิชัยมากมาย โดยมีโอกาสได้ศึกษากันอย่างใกล้ชิดจนเกิดความชำนาญ ทุกยามค่ำท่านครูบาศรีวิชัยจะอบรมสั่งสอนข้อปฏิบัติมาธิวิปัสสนากัมมัฎฐาน จนได้เวลาพอสมควรก็ให้เลิกและเริ่มปฏิบัติในวันรุ่งขึ้นเวลาตี ๔ ทุกวัน เมื่อสว่างก็ให้ออกบิณทบาตร์โปรดสัตว์ จากข้อปฏิบัติธรรมเหล่านั้นท่านได้บอกกล่าวไว้ว่า หากปฏิบัติได้ถูกต้องแล้วจะมีอายุยืนยาว จากการที่ได้เข้าร่วมศึกษาปฏิบัติธรรม ช่วยเหลือครูบาศรีวิชัยตลอดมาได้รับความเมตตาอารีย์จากท่านมาก

ทุกครั้งที่ท่านครูบาศรีวิชัยถูกเรียกตัวเข้ากรุงเทพฯในข้อหาต่างๆ หลวงพ่อได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลรักษาวัดและทำหน้าที่แทนท่านในการรับประเคน ของถวายและนั่งรับแขกเหลื่อที่มาทำบุญ โดยท่านไม่ลืมสั่งไว้ว่าหากพวกยางมาหาก็รับประเคนแทน และให้ศีลให้พรแทนด้วย บอกเขาด้วยว่าไม่กี่วันจะกลับมาหลวงพ่อได้ทำหน้าที่แทนหลายครั้งหลายหน ในบางครั้งหลวงพ่อกลับวังมุย เมื่อท่านครูบาศสรีวิชัยมีธุระจะส่งคนไปตามให้รีบกลับมา ปัญหาการถูกรบกวนมีหลายครั้งหลายตอน แต่ท่านก็กลับมาทุกครั้งโดยไปครั้งละ ๓ วัน ๕ วัน ถึง ๗ วัน ก็เคย และทุกครั้งที่ท่านกลับมาท่านจะไม่พูดถึงเรื่องราวใดๆ ให้ทราบเลย คงยึดหลักปักม่นในการสร้างทางมุ่งสู่องค์พระธาตุดอยสุเทพเท่านั้นเมื่อใกล้ เวลาจะสร้างทางแล้วเสร็จ ท่านครูบาศรีวิชัยได้เรียกหลวงพ่อเข้าไปพบเป็นการส่วนตัว ได้ทบทวนขยายข้อมูลพระสูตรต่างๆ และข้อปฏิบัติธรรมทั้งหมดที่ได้รับจากท่านมา และท่านได้มอบพัดหางนกยุงพร้อมกับไม่เท้าให้โดยสั่งไว้ว่า เอาไว้เดินทาง เทศนาธรรมเผยแพร่ธรรมแทนท่านด้วยเมื่อการสร้างทางเสร็จสิ้นลง ท่านครูบาศรีวิชัยได้เดินทางไปสร้างพระวิหาร ที่วัดโคมคำ

๑๒
อ.พะเยา จ.เชียงราย ต่ออีก หลวงพ่อได้เล่าต่อไปอีกว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง ขณะที่ธุดงค์ผ่านวัดพระแก้วดอนเต้า จ.ลำปาง เห็นวิหารที่ท่านครูบาศรีวิชัยได้สร้างไว้ จะร่วมทำบุญด้วยก็ไม่มีเงิน จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานสละถวายพัดหางนกยูง และไม้เท้าที่ท่านครูบาศรีวิชัยได้กรุณามอบให้ร่วมทำบุญเป็นพุทธบูชา ผู้เขียนได้เรียนถามถึงพระอีก ๓ รูป ที่ร่วมเป็นศิษย์ครูบาศรีวิชัย ในการสร้างทางขึ้นพระบรมธาตุดอยสุเทพ ขณะนี้อยู่ที่ใดบ้าง หลวงพอได้กล่าวตอบอย่างสลดใจว่า ท่านทั้งสามได้มรณภาพไปหมดแล้ว คงเหลืออาตมาเพียงรูปเดียวเท่านั้น
ขณะที่ท่านครูบาศรีวิชัยป่วยอยู่ ณ วัด จามเทวี หลวงพ่อได้ไปเยี่ยมและอยู่เฝ้าพยาบาลท่านร่วมกับครูบาธรรมชัยวัดประตูป่า หลวงพ่อ่ได้จ้างช่าง

มาปั้นรูปเหมือนท่านครูบาเอาไว้ขนาดเกือบเท่าองค์จริง เมื่อช่างได้จัดการปั้นรูปเหมือนเสร็จแล้ว ได้นำเข้าไว้ยังปลายเท้าท่านและได้ช่วยกันประคองท่านนั่ง เมื่อท่านครูบาได้เห็นองค์รูปเหมือนของท่านแล้ว นำตาได้เอ่อคลอเบ้าและได้หลั่งไหลลงอาบแก้ม ท่านได้ใช้มือลูกไล้รูปเหมือนท่าน และได้สั่งหลวงพ่อไว้ว่า ให้ถือปฏิบัติดังรูปนี้น๊ะ จากนั้นท่านครูบาได้สั่งเณรให้นำเอาไม้เท้าและพัดหางนกยูงออกมาให้ เมื่อสามเรณได้นำมามอบให้ดังประสงค์แล้ว ท่านครูบาได้นำมอบให้กับหลวงพ่ออีกได้สั่งเสียไว้ว่า ให้เก็บรักษาไว้ให้ดีถือปฏิบัติแทนตัวท่าน รูปเหมือนองค์ที่หลวงพ่อจ้างช่างปั้นไว้ พัดหางนกยูงและไม้เท้าได้เก็บรักษาไว้ที่วัดวังมุย หากท่านผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสและต้องการเคารพบูชา ขอเชิญได้ทุกเวลา
ด้วยสัจจบำเพ็ญบารมีของหลวงพ่ออันประเสริฐ ที่ได้ยึดถือข้อปฏิบัติคำสอนอย่างเคร่งครัดได้คุณธรรมอันวิเศษ มีพลังจิตและญาณอันแก่กล้าที่ได้บำเพ็ญเพียรมา ตามคติอาจารย์จนเชี่ยวชาญอักขระพระเวทย์เลขยันต์ พระสูตรและอาคมของหลวงพ่อจึงขลังยิ่งนัก โดยเฉพาะด้านคงกระพันมหาอุด แคล้วคลาด และคุณไสยด้วยแล้วเป็นที่เชื่อได้ในฤทธิ์ธานุภาพ อันประกอบด้วยพลังแห่งญาณที่หลวงพ่อได้แผ่เมตตาจิตลงในวัตถุเหล่านั้น

๑๓
คุณธรรมบารมี
ตั้งแต่ บรรพชาเป็นสามเณรเป็นต้นมาหลวงพอได้ละเว้นไม่ฉันเนื้อสัตว์ ทุกชนิด และฉันอาหารเพียงมื้อ
เดียวตลอดมา ต่อมาจนเมื่อใกล้กึ่งพุทธกาล หลวงพ่อรุ้สึกว่ามีอาการร้อนจากไขสันหลังและแผ่นหลัง นักวันทวีหนักยิ่งขึ้น จึงได้ปรึกษาแพทย์ แพทย์ได้ตรวจอาการแล้วได้ขอร้องให้ฉันเนื้อสัตว์บ้าง เพราะเกิดจากการขาดธาตุโปรตินที่จะทำหน้าที่บำรุงเสี้ยงร่างกาย จากนั้นมาหลวงพ่อจึงได้ฉันเนื้อสัตว์แต่ก็ยังยกเว้น ไม่ฉันเนื้อวัวและควายอีก หลวงพ่อมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงมีความทรงจำเป็นเลิศ และแม่นยำ หลวงพ่อถือการบินฆบาตรเป็นการโปรดสัตว์ทุกวัน สวดมนต์ทำวัตร ถือกัมมัฎฐานแผ่เมตตาจิตต่อสัตว์โลกทั้งปวง หลวงพ่อเป็นอริยะสงฆ์ที่สละแล้วซึ่งกิลเลสทั้งปวง ท่านชำระจิตของท่านดั่งน้ำและดิน สิ่งใดที่ไม่มีจริง ท่านจะไม่พูดและไม่ตอบเลย เพราะท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ต้องการให้เกิดความมัวหมองอันเป็นกิเลสขึ้น หลวงพ่อยึดมั่นในพรหมวิหารสี่ ใครผู้ใดก็ตามไม่ว่ายากดีมีจนเดือนร้อนมา ท่าจะจะช่วยแก้ไขแบ่งเบาภาระให้จนหลุดพ้น หลวงพ่อไม่สะสมทรัพย์สินหรือหรือสิ่งอันใดเลย แม้กระทั้งลาภยศได้ถวายคืนเจ้าคณะจังหวัดหมดสิ้นได้แก่เจ้าคณะตำบลประตูป่า พระอุปัชฌาย์ พระครู ลาภสักการะที่ท่านได้มาหรือมีผู้นำถวาย หลวงพ่อจะแจกจ่ายไปหมดสิ้นใช้ในการก่อสร้างถาวรวัตถุดังกล่าวมาแล้วและแจก จ่ายคนยากจนทั้งหลาย หลวงพ่อมีเมตตาธรรมประจำใจ ไม่ค่อยขัดต่อผู้ใดที่ขอร้องให้ท่านช่วยเหลือ

ถ้าไม่ เกินขอบเขตแห่งพระวินัยขอปฏิบัติโดยเฉพาะผู้เจ็บป่วยด้วยคุณไสยด้วยแล้ว เชือกและน้ำมนต์
ของท่านขลังยิ่งนัก มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงพ่อได้ธุดงค์ไปถึงอำเภอฮอด เข้าพักในป่าช้าบ้านบ่ง ชาวบ้านเหล่านั้นมีด้วยกันหลายเผ่าหลายภาษา ลัวะ, ยาง, กระเหรี่ยง, ได้เอาเนื้อสดๆ มาถวายโดยบอกว่า เป็นส่วนของวัดหนึ่งหุ้นที่ล่าสัตว์มาได้หลวงพ่อไม่ยอมรับและบอกว่าหากจะนำ ถวายพระหรือสามเณรควรจัดทำให้สุกเป็นอาหารมาจึงจะรับได้ และขอบิณฑบาตอย่าได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเขาเลย และขอบิณฑบาตอย่าได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเขาเลย ในยามค่ำหลวงพ่อได้ทำวัตร สวดมนต์ทำสมาธิแผ่อธิฐานจิตให้สรรพสัตว์ทั้งปวง จนใกล้สว่างจึงออกบิณฑบาต พวกชาวบ้านก็ใส่บาตรให้ และได้ขอร้องหลวงพ่อไม่ให้สวดมนต์อีกต่อไป โดยกล่าวหาว่า เช้าก็สวด ฉันข้าวก็สวด เย็นก็สวด กลางคืนก็สวด เข้าป่าล่าสัตว์ไม่ได้

๑๔

No comments:

Post a Comment